ชีวิตสดใส
ชีวิตสดใส

9 พฤติกรรมประจำวันที่ควรจะเลิกให้เร็วที่สุดจะดีกว่า

คุณมองหากาแฟร้อนที่หอมกรุ่นทุก ๆ เช้าใช่หรือไม่ ? คุณดูหนังโดยที่ไม่เคี้ยวป๊อบคอร์นรสเนยและรสเค็มไม่ได้ใช่หรือไม่ ? ถ้าคำตอบคือใช่ อย่างงั้นคุณก็มั่นใจได้ว่าไม่ได้มีเพียงคุณแค่คนเดียวที่ทำแบบนั้น มีความเชื่อที่ว่ามันใช้เวลา 21 วันในการสร้างนิสัย แต่ฟิลิปปา ลัลลี (Philippa Lally) และเพื่อนร่วมงานของเธอที่มหาวิทยาลัยในลอนดอนพิสูจน์ว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 66 วันเป็นสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรม ให้กลายเป็นสิ่งที่คุณทำโดยที่ไม่ต้องคิด และการกำจัดพฤติกรรมเหล่านั้นก็จะใช้เวลาที่นานมากขึ้น แต่มันก็คุ้มค่าที่จะคิดทบทวนว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ส่งผลดี และพฤติกรรมแบบไหนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

พวกเราที่ชีวิตสดใสได้พบพฤติกรรมที่เห็นได้ทั่วไปบางอย่างที่ควรจะเลิกทำดีกว่า และไม่ต้องกังวลไปหากคุณได้ทำสิ่งที่กล่าวไว้ด้านล่างนี้ แค่ต้องจำไว้ว่าพฤติกรรมแย่ ๆ ถูกเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพได้

9. อย่าวางเท้าไว้บนคอนโซลรถ

ผู้โดยสารชอบที่จะนั่งโดยให้พวกเขาสะดวกสบายที่สุด ในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องตัวละครที่เท่ที่สุดมักจะนั่งอยู่ที่ด้านหน้ารถและวางเท้าไว้บนคอนโซล

ความเป็นจริงคือตำแหน่งการนั่งแบบนี้อันตรายมาก นอกจากจะเป็นตำแหน่งที่น่าสยดสยองหากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว ยังมีสิ่งที่อันตรายอีกอย่างที่ต้องระวัง นั่นก็คือการเบรค การวางเท้าให้อยู่ตำแหน่งเดียวกับใบหน้านั่นหมายความว่าใบหน้าของคุณจะกระแทกกับเข่า ถ้ารถยนต์เกิดการเบรคหรือหยุดกระทันหัน การที่กรามและเข่าชนกันอาจทำให้กระดูกหักและใช้เวลาพักฟื้นที่ยาวนานและยากลำบาก

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรเลิกพฤติกรรมนี้และนั่งสบาย ๆ โดยให้หลังพิงเบาะ ให้เข่างอที่ด้านหน้าของคุณ และรัดเข็มขัดนิรภัยไว้ที่หน้าอก

8. อย่าแขวนผ้าเช็ดตัวที่เปียกไว้บนตะขอ และอย่ารวบผ้าม่านอาบน้ำไปไว้ด้านเดียว

มันแทบจะเป็นการขยับตัวตามสัญชาตญาณในการเปิดม่านอาบน้ำไปแล้ว หลังจากอาบน้ำเสร็จ คุณก็จะเช็ดตัวให้แห้งและแขวนผ้าเช็ดตัวที่เปียกเอาไว้ โชคไม่ดีที่สิ่งนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกสุขอนามัย แบคทีเรียอาจขยายตัวได้ง่ายในรอยพับที่เปียกของผ้าขนหนู และเชื้อราอาจเติบโตได้ตามรอยพับของม่านอาบน้ำที่รวบติดกันไว้

นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมคุณจึงควรปล่อยให้ผ้าขนหนูแห้งโดยที่ไม่ต้องพับ และให้กางผ้าม่านออกจนกว่ามันจะแห้ง

7. อย่าดื่มกาแฟขณะท้องว่าง

พวกเราหลายคนเริ่มต้นวันด้วยการไปที่ครัวและชงกาแฟสักถ้วยก่อนที่จะทำอย่างอื่น นี่เป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วโลก มันมีเพียงปัญหาเดียวก็คือพวกเราส่วนใหญ่มักจะดื่มกาแฟตอนท้องว่าง ถึงแม้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์แต่มันก็มีข้อเสียอยู่เช่นกัน หนึ่งในข้อเสียก็คือหากคุณดื่มกาแฟตอนท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการเสียดท้อง และมีปัญหากับระบบการย่อยอาหารได้

เมื่อคุณหิวและนึกถึงอาหาร ท้องของคุณจะเริ่มปล่อยกรดในกระเพาะออกมา เมื่อคุณดื่มกาแฟมันก็ส่งผลแบบเดียวกันในท้องของคุณ ซึ่งอาหารแข็งจะไม่ทำให้เกิดสิ่งนี้ สิ่งนี้ทำให้เกิดการปล่อยกรดในกระเพาะมากเกินไป ซึ่งอาจทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารให้เสียหายได้

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรดื่มกาแฟหลังจากกินอาหารเช้าหรือช่วงระหว่างวันเท่านั้น

6. อย่ากินป๊อปคอร์น

ใครกันที่จะไม่ชอบกินป๊อบคอร์นรสเค็มแสนอร่อยถังใหญ่ในขณะดูภาพยนตร์ ? มันเป็นธรรมเนียมที่มีมายาวนานแล้ว ในการซื้อน้ำอัดลมและป๊อบคอร์นและดูหนังไปด้วย แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นพฤติกรรมที่ค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งข้อดีก็คือมันก็ไม่ได้ยากที่จะเลิกทำ

หมอฟันบอกว่าป๊อปคอร์นอาจทำลายฟันของคุณได้ เศษเล็ก ๆ ของป๊อบคอร์นจะติดอยู่ระหว่างฟันของคุณและมันยากมากที่จะกำจัดออก แม้จะมีการดูแลเป็นประจำก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนึกถึงก็คือป๊อปคอร์นในโรงภาพยนตร์นั้นมีไขมันสูงมาก ลองไม่สั่งป๊อปคอร์นในครั้งหน้าที่คุณไปดูหนังดูสิ คุณอาจรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าการดูหนังโดยไม่มีป๊อปคอร์นก็เพลิดเพลินได้เช่นกัน

5. อย่าทิ้งขวดน้ำไว้ในรถ

ถ้าคุณมีรถยนต์เป็นของตัวเอง มันมีโอกาสสูงมากที่คุณจะเก็บขวดน้ำไว้ในรถ ไม่ว่าคุณจะเก็บขวดน้ำไว้เพื่อเหตุฉุกเฉินหรือแค่เพราะว่าคุณพยายามที่จะดื่มน้ำให้มากขึ้นก็ตาม จำเอาไว้ว่าพฤติกรรมนี้มีความอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะในฤดูร้อน

ปัญหาคือน้ำในขวดทำหน้าที่เหมือนกับเลนส์ และถ้าแสงแดดส่องถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าขวดอยู่ในพื้นผิวที่มืด มันอาจติดไฟได้

ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ที่น้ำเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้นั้นน้อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ถ้าคุณไม่อยากเป็นกรณีหายากที่เกิดไฟลุกโดยมีสาเหตุมาจากน้ำ ก็ให้เอาขวดน้ำติดตัวคุณไปด้วยในครั้งหน้า

4. อย่าบีบสิว

ใครก็ตามที่เคยเป็นสิวมาก ๆ รู้ดีว่ากฎในการเป็นสิวก็คือห้ามบีบสิว

สิวเกิดขึ้นจากการที่รูขุมขนอุดตันจากความมันส่วนเกิน นั่นคือเมื่อกระบวนการอักเสบเริ่มต้นขึ้น หากร่างกายแข็งแรงมันก็จะส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับแบคทีเรียที่เป็นอันตราย นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมพื้นผิวบริเวณนั้นจึงกลายเป็นสีแดง เมื่อคุณบีบสิวด้านข้างของรูขุมขนจะถูกทำลาย ซึ่งเป็นผลให้มีความไวต่อแบคทีเรียมากขึ้น นอกจากนั้น เมื่อบีบสิวมันก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อได้ หากมือของคุณสกปรก

หากคุณกังวลเกี่ยวกับสภาพผิวให้ไปพบแพทย์ผิวหนัง และถ้าหากว่าคุณแทบไม่เคยหายจากสิวเลยให้ใช้ครีมทาเฉพาะจุด

3. อย่าถ่ายรูปด้วยมือถือของคุณไปซะทุกอย่าง

คำแนะนำนี้อาจจะฟังดูแปลก เนื่องจากตอนนี้เราใช้โทรศัพท์ในการทำสิ่งต่าง ๆ แทบจะทุกอย่าง โดยเฉพาะการถ่ายรูป ถึงอย่างนั้นผลการศึกษาของลินดา เฮนเคิล (Linda Henkel) จากมหาวิทยาลัยแฟร์ฟิลด์ยืนยันว่าการพยายามจะถ่ายรูปทุกอย่างด้วยกล้องจะทำให้คุณพลาดรายละเอียดที่สำคัญจริง ๆ ไป

ปัญหาคือเมื่อคุณถ่ายรูปความสนใจของคุณจะไปจดจ่ออยู่กับรูป แทนที่จะเป็นสิ่งที่คุณกำลังถ่ายอยู่ ผลก็คือคุณอาจจะได้รูปหรือวิดีโอที่น่าจดจำ แต่ไม่ใช่กับความประทับใจที่แท้จริง

คนสองกลุ่มเข้าร่วมในการวิจัย โดยกลุ่มแรกเดินไปรอบ ๆ พิพิธภัณฑ์และดูการจัดแสดงด้วยตาของพวกเขา ในขณะที่อีกกลุ่มใช้การถ่ายรูป ผลสรุปคือสมาชิกของกลุ่มที่สองตอบคำถามเกี่ยวกับการจัดแสดงได้มีประสิทธิภาพน้อยกว่า

2. อย่ากินวิตามินที่มีสารเติมแต่งทางชีวภาพ

หลายคนคิดว่าวิตามินซีป้องกันไม่ให้เป็นหวัด หรือสารเติมแต่งที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพทดแทนการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าสิ่งนี้เป็นความจริง เวชปฏิบัติหลาย ๆ อย่างก็มีแนวโน้มที่จะเจ๊งได้

ถ้าคุณมีการคุมอาหารให้สมดุล การกินวิตามินก็ไม่มีประโยชน์ เนื่องจากคุณได้รับวิตามินในปริมาณที่จำเป็นจากอาหารของคุณแล้ว การกินวิตามินเสริมเป็นสิ่งที่แนะนำสำหรับคนที่ขาดวิตามิน

สารเติมแต่งที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพถูกใช้เป็นแหล่งของสารออกฤทธิ์ หากร่างกายของคุณขาดสารเหล่านี้แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีที่เราจะคืนสมดุลของสารที่ขาดหายไป แต่คุณควรเข้าใจว่าสารเติมแต่งที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพไม่ใช่ยา ดังนั้นมันจึงไม่สามารถรักษาโรคได้ หากคุณป่วย

1. อย่าวางโทรศัพท์ที่กำลังชาร์จไว้ใต้หมอน

โทรศัพท์ที่ชาร์จไว้ใต้หมอนอาจจะก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ เนื่องจากโทรศัพท์ที่กำลังชาร์จแบตอยู่อาจเกิดความร้อน ถึงแม้ว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ ๆ จะมีการพัฒนาแล้วก็ตาม โทรศัพท์บางรุ่นก็ยังคงมีแบตเตอรี่ที่ทำให้อุณหภูมิโดยรวมของตัวเครื่องนั้นเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์หรือสายชาร์จแบตอาจติดไฟได้ และหากโทรศัพท์ที่กำลังชาร์จไว้อยู่ใต้หมอนของคุณ คุณก็อาจจะเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ

สถานีดับเพลิงนิวตันในรัฐนิวแฮมป์เชียร์เตือนทุกคนที่เป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองว่า อย่าวางโทรศัพท์ที่กำลังชาร์จไว้ใต้หมอน

คุณรู้จักพฤติกรรมที่เป็นอันตรายอย่างอื่นอีกไหม ? แบ่งปันกับเราในช่องคอมเมนต์ด้านล่างหน่อย !

เครดิตภาพพรีวิว depositphotos
ชีวิตสดใส/สุขภาพ/9 พฤติกรรมประจำวันที่ควรจะเลิกให้เร็วที่สุดจะดีกว่า
แชร์บทความนี้