ชีวิตสดใส
ชีวิตสดใส

มากกว่า 10 ครั้งที่เครื่องแต่งกายในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์บอกใบ้เรายิ่งกว่าเจเค โรว์ลิ่ง

เป็นเวลา 20 ปีมาแล้วหลังจากมีการปล่อยภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) เป็นครั้งแรก ในช่วงเวลานี้ตัวละครของโลกเวทมนตร์ได้ใกล้ชิดกับเรามาก ๆ และเราก็ยังคงดูฉากโปรดอยู่ซ้ำ ๆ เพื่อที่จะหารายละเอียดใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเองในทุก ๆ ครั้ง ตัวอย่างเช่น คุณให้ความสนใจกับเสื้อผ้าของตัวละครบ่อยแค่ไหน ? ในขณะที่นักออกแบบเสื้อผ้าได้สื่อสารกับเราหลายครั้งเกี่ยวกับตัวละครและเค้าโครงเรื่องด้วยการใช้เสื้อผ้า

พวกเราที่ชีวิตสดใสตัดสินใจที่จะหาว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ในเครื่องแต่งกายของตัวละครโปรดของเราจากโลกของแฮร์รี่ พอตเตอร์

1. ผ้าพันคอของเฮอร์ไมโอนี่, รอน และแฮร์รี่

นักออกแบบเสื้อผ้าตัดสินใจที่จะบอกใบ้บุคลิกของแต่ละคนด้วยการใช้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น ผ้าพันคอ คุณจะเห็นได้ว่าตัวละครแต่ละตัวพันผ้าพันคอในรูปแบบของตัวเอง เฮอร์ไมโอนี่ (Hermione) จะพันผ้าพันคอตามกฎ โดยพันให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แฮร์รี่จะพาดปลายของผ้าพันคอเหนือบ่าของเขา ส่วนรอน (Ron) แทบจะไม่ยุ่งอะไรกับเครื่องแบบชิ้นนี้เลย

2. เสื้อฮู้ดของเพื่อน ๆ

ในภาคสามตัวละครหลักได้เข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่วัยรุ่น ซึ่งชี้ให้เห็นได้จากลุคการแต่งตัวของพวกเขา นักออกแบบเสื้อผ้าบอกว่าเธออยากให้เสื้อผ้าของเหล่าพ่อมดแม่มดดูทันสมัย เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ดูเหมือนผู้วิเศษแต่เหมือนกับแฟน ๆ ของพวกเขาที่ดูพวกเขาจากอีกฝั่งของหน้าจอที่มีอายุไล่เลี่ยกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราเริ่มเห็นว่าเฮอร์ไมโอนี่, รอนและแฮร์รี่สวมกางเกงยีนส์และเสื้อฮู้ดทั่วไปในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

แฟน ๆ จะสังเกตได้ว่าเสื้อผ้าของรอนและเฮอร์ไมโอนี่มีความคล้ายกันเมื่อตัวละครโตขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ทั้งคู่ใส่เสื้อฮู้ดลายขวางเหมือนกัน ไม่แน่ว่าสิ่งนี้อาจจะเป็นการชี้ให้เห็นถึงความรู้สึกโรแมนติกอ่อนละมุนที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ ในขณะเดียวกัน เสื้อผ้าของแฮร์รี่ก็โดดเด่นจากทุกคน มันมีความหมายแฝงอยู่ เพราะในตอนนั้นเขาแยกตัวเองออกมาจากเพื่อน ๆ ค่อนข้างเด็ดขาด

3. เสื้อผ้าที่มอลลี่ วีสลีย์ถัก

อย่างที่เรารู้ว่าครอบครัววีสลีย์ (Weasley) ไม่ได้ร่ำรวย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มอลลี่ (Molly) ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าที่ทันสมัยและมีราคาแพงให้กับตัวเอง แต่เธอเย็บเสื้อผ้าใส่เอง และในวันคริสต์มาสเธอได้มอบสเวตเตอร์ทำมือให้คนที่เธอรัก ส่วนตัวเธอเองจะสวมชุดเดรสที่ถักจากไหมพรมหลากสี พนันได้เลยว่าไหมพรมพวกนี้น่าจะมาจากเศษเสื้อสเวตเตอร์, รองเท้าและของชิ้นอื่น ๆ ที่ทำไม่เสร็จสักทีที่มอลลี่ถักให้ครอบครัวของเธอ

เพื่อที่จะตกแต่งชุดเดรสของเธอ มอลลี่ได้เพิ่มรายละเอียดของการถักให้กับชายเสื้อหรือไม่ก็แขนเสื้อของเธอ เพราะเธอก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่อยากจะสวยบ้างถึงแม้ว่าจะมีปัญหาทางการเงิน

4. เครื่องแบบของนักเรียนจากโรงเรียนอื่น ๆ

ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี เราจะเห็นว่านักเรียนจากโรงเรียนอื่น ๆ ที่มาถึงการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวไร้เดียงสาจากวิทยาลัยเวทมนตร์โบซ์บาตงและชายหนุ่มที่บึกบึนจากสถาบันเวทมนตร์เดิร์มสแตรงก์ นักออกแบบเสื้อผ้าบอกว่าเธอมองหาแรงบันดาลใจในความหลากหลายของวัฒนธรรมและตำนาน โดยมีการสร้าง “สังคมที่หลากหลาย” ขึ้นในหัวของเธอ

นั่นก็คือเครื่องแบบของนักเรียนหญิงที่มีการอ้างอิงถึงฝรั่งเศส อย่างแรกเลยคือสีฟ้ามักจะมีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมของประเทศนี้ อย่างที่สอง การที่แขกสวมหมวกนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้หญิงชาวฝรั่งเศส และมันมีเหตุผลที่พวกเธอสวมชุดและผ้าคลุมไหล่ที่มีความบางเบาและอากาศถ่ายเทได้สะดวกที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศที่รุนแรง สิ่งนี้เป็นการเน้นถึงความโปร่งสบายและความไม่ยั่งยืน ไม่น่าประหลาดใจเลยที่รอนจะเรียกพวกเธอว่าสิ่งมีชีวิตจากสรวงสวรรค์

นักเรียนจากเดิร์มสแตรงก์มาพร้อมกับเครื่องแบบที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุมสีแดงเข้ม, หมวกขนสัตว์และผ้าคลุมไหล่ ในการสร้างชุดของพวกเขา นักออกแบบเสื้อผ้าได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานของสลาฟจากยุคฮับส์บูร์ก เครื่องแบบที่มีน้ำหนักมากนี้ตั้งใจที่จะทำให้เห็นว่านี่คือความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง

5. การเปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกายของโดโลเรส อัมบริดจ์

ในภาพของความเป็นโดโลเรส (Dolores) มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เห็นว่าเธอมีพลังอำนาจ เราเห็นได้ว่าเธอมีความคล้ายคลึงกับผู้ทรงอิทธิพลอีกหลาย ๆ คนที่จะค่อนข้างมีความเป็นอนุรักษ์นิยม ตัวอย่างเช่น เธอยึดติดอยู่กับผมทรงเดิมและสีเดิม อัมบริดจ์ (Umbridge) ชอบสีชมพู แต่สีของมันก็เปลี่ยนไปตามพล็อตเรื่อง

นักออกแบบเครื่องแต่งกายแสดงความคิดเห็นตามมาว่า “ฉันเริ่มด้วยสีชมพูอ่อนและหลังจากนั้นหนังก็พัฒนาสีชมพูให้ดูร้อนแรงขึ้น ให้เหมือนกับความสุดโต่งของเธอ” ในขณะเดียวกันรูปลักษณ์ของโดโลเรสก็ขัดกับภาพจำของตัวร้าย นักออกแบบจงใจเล่นกับความแตกต่าง เพื่อทำให้ตัวละครดูน่าสนใจและน่ากลัวมากขึ้นไปพร้อม ๆ กัน ความนุ่มนวลที่เห็นได้ชัดได้ซ่อนความโหดร้ายสุด ๆ เอาไว้ นักออกแบบเสื้อผ้าถึงกับกล่าวว่าเธอไม่เคยต้องทำงานกับขนสัตว์และผ้าขนแกะเยอะขนาดนี้มาก่อน

6. วิกผมของกิลเดอรอย ล็อคฮาร์ท

ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ผู้ชมที่ช่างสังเกตจะเห็นว่าศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวแห่งศาสตร์มืดมีวิกผมวางอยู่บนโต๊ะของเขา อย่างที่ในภายหลังเราได้รู้ว่าล็อคฮาร์ท (Lockhart) เป็นคนโกหก เขาหลอกทุกคนและไม่เคยทำความดีความชอบอะไรเลยและเขาก็ยังโกหกทุกเรื่อง แม้แต่ผมหยักศกสีทองของเขาก็ยังเป็นของปลอม

7. เครื่องแต่งกายยุคกลางของเบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์

จากหนึ่งในบทสัมภาษณ์ นักออกแบบเสื้อผ้าสารภาพว่าเบลลาทริกซ์ (Bellatrix) คือตัวละครโปรดของเธอ และการได้ทำเสื้อผ้าให้เธอนั้นเป็นความภูมิใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้นามสกุลก่อนแต่งงานของเบลลาทริกซ์คือแบล็ค (Black) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ชุดทุกชุดของเธอเป็นสีดำ มันยังเป็นการเน้นย้ำอย่างมีนัยสำคัญว่าเธอมาจากครอบครัวเลือดบริสุทธิ์เก่าแก่ด้วย สิ่งนี้สะท้อนบนเครื่องแต่งกายของเธอซึ่งมีองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของแฟชั่นในยุคกลาง

ลองพิจารณาดูที่แขนเสื้อ ในยุคกลางจะไม่มีการเย็บแขนเสื้อแต่จะเป็นการผูกเชือกแทน เหมือนกับชุดเดรสของเลสแตรงจ์ (Lestrange) รายละเอียดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือชายกระโปรงของเธอที่ถูกตัดออก ในช่วงเวลานั้น ผู้หญิงจะสวมชุดเดรสที่มีชายกระโปรงยาว โดยความยาวของชายกระโปรงจะขึ้นอยู่กับสถานะทางสังคมของเธอ แฟชั่นนิสต้าจะถูกขอดูกระดาษเพื่อตรวจสอบและดูว่าพวกเธอได้รับอนุญาตให้สวมชายกระโปรงได้ที่ความยาวเท่าไหร่ ที่บริเวณทางเข้าของเมือง ถ้าความยาวของกระโปรงไม่สอดคล้องกับสถานะของเธอ มันก็จะถูกตัดออก

อาจจะเป็นไปได้ว่าเบลลาทริกซ์ใส่กระโปรงที่มีขนาดยาวเกินกว่าสถานะทางสังคมของเธอเล็กน้อย นอกจากนี้ เลสแตรงจ์ยังมีการสวมคอร์เซทอยู่เสมอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเครื่องแต่งกายในยุคกลาง

8. เซเวอร์รัส สเนปและผ้าพันคอกริฟฟินดอร์

เซเวอร์รัส สเนป (Severus Snape) เป็นหนึ่งในตัวละครที่มีการโต้เถียงและถูกพูดถึงมากที่สุด การที่เราเห็นผ้าพันคอลายขวางจากกริฟฟินดอร์แขวนอยู่บนกำแพงในฉากที่เขาถูกฆ่านั้นมีเหตุผล ซึ่งบางทีนั่นอาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเซเวอร์รัส และในเวลาที่เหมาะสม เขาควรที่จะอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ไม่ใช่สลิเธอรีน

ในหนังสือ ครั้งหนึ่งดัมเบิลดอร์ (Dumbledore) เคยกล่าวประโยคต่อไปนี้ที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งนักเรียนตามบ้านว่า “บางครั้งฉันก็คิดว่าเราแยกบ้านเร็วเกินไป” บางทีศาสตราจารย์อาจจะพูดถูก บางทีผ้าพันคอที่แขวนอยู่ในตู้อาจกำลังบอกว่าคนเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

9. ลูกแก้วเตือนความจำของเนวิลล์ ลองบัตทอม

เนวิลล์ (Neville) ถูกหลายคนมองว่าเป็นคนเปิ่น ๆ ตั้งแต่แรกเริ่ม มันก็ถูกที่เขามาจากครอบครัวพ่อมดเก่าแก่ แต่เขาไม่เก่งในเรื่องเวทมนตร์เลย และยังคงทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดหลายครั้งอีกด้วย

ในฉากหนึ่งของเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เขาได้รับลูกแก้วเตือนความจำที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงถ้าเจ้าของลืมอะไรบางอย่าง เนวิลล์สารภาพกับเพื่อนว่าปัญหาก็คือเขาจำไม่ได้จริง ๆ ว่าเขาลืมอะไร อย่างไรก็ตาม ถ้าเราสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าเนวิลล์ลืมเสื้อคลุมของเขา ถ้ามองไปรอบ ๆ จะเห็นว่านักเรียนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นสวมเสื้อคลุมกันหมด

นอกจากนั้น เมื่อเขาโตขึ้นเนวิลล์ก็มีความแข็งแกร่งและพลังอำนาจ และในภาคสุดท้ายของมหากาพย์ เขาได้กลายเป็นฮีโร่ที่กล้าหาญ ซึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจก็คือในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ฮ็อกวอร์ตส์ ดูเหมือนกับว่าเขาได้ก๊อปปี้ลุคมาจากพ่อของเขาในรูปเก่า บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องของความต่อเนื่องกันของยุคสมัย

ในที่สุด เนวิลล์ก็เป็นคนที่ทำลายฮอร์ครักซ์ชิ้นก่อนสุดท้ายของโวลเดอร์มอร์ (Voldemort) ซึ่งก็คืองูนากินี

10. หมายเลข 7 บนชุดเล่นควิดดิชของแฮร์รี่

แฟนตัวยงของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะสังเกตเห็นว่าตอนที่แฮร์รี่ พอตเตอร์เล่นควิดดิช เขาได้สวมเสื้อหมายเลข 7 ซึ่งจริง ๆ แล้ว หมายเลข 7 เป็นตัวเลขที่เป็นสัญลักษณ์ในโลกของเจเค โรว์ลิ่ง (JK Rowling) ยิ่งไปกว่านั้นลอร์ดโวลเดอร์มอร์มีฮอร์ครักซ์ 7 ชิ้น และอย่างที่เรารู้กันว่าชิ้นสุดท้ายก็คือตัวแฮร์รี่เอง ซึ่งค่อนข้างเป็นสัญลักษณ์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักออกแบบเสื้อผ้าได้ตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกเครื่องหมายนี้สำหรับชุดควิดดิชเป็นการอ้างอิงถึงเดวิด เบคแฮม (David Beckham) ซึ่งเคยใช้หมายเลขนี้เมื่อนานมาแล้ว

11. ร่มสีชมพูของแฮกริด

รูปลักษณ์ของแฮกริด (Hagrid) ชายที่อาศัยอยู่ในป่าค่อนข้างไม่ตรงกับความจริง เมื่อมองแว๊บแรกเขาให้ความรู้สึกของความดุดันและร่างกายขนาดใหญ่ที่ดูกระเซอะกระเซิงในเสื้อคลุมขนสัตว์ที่เก่ามากแล้ว อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณที่อ่อนโยนได้ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังเปลือกหนา ๆ เหล่านี้

อย่างที่เรารู้ว่าแฮกริดไม่มีไม้กายสิทธิ์ เนื่องจากมันหักที่กระทรวงเวทมนตร์ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นนักเรียน อย่างไรก็ตาม เขายังคงเก็บชิ้นส่วนของไม้เอาไว้และสอดมันเข้าไปในร่ม สีชมพูเป็นสีที่สื่อว่าแฮกริดเป็นคนที่นุ่มนวลและอ่อนโยน ยิ่งกว่านั้น ลองนึกถึงวิธีการที่เขาพยายามทำให้มาดามมักซีม (Madame Maxime) ที่มาถึงการแข่งขันพ่อมดแม่มดประทับใจดูสิ เขาได้ตกแต่งเสื้อโค้ทตัวเก่าของเขาด้วยเข็มกลัดรูปดอกไม้ขนาดใหญ่

12. การเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าของลูเซียส มัลฟอยล์

ลูเซียส (Lucius) เป็นหนึ่งในตัวละครที่มีความทันสมัยที่สุดในโลกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขามักจะแต่งกายในชุดที่สมบูรณ์แบบและยังมีการใช้ไม้เท้าเหมือนกับคนเจ้าระเบียบอีกด้วย อย่างไรก็ตามในภาคสุดท้ายก่อนการประลองครั้งสุดท้ายที่ฮอกวอร์ส เราจะเห็นได้ว่าสไตล์การแต่งตัวของเขาได้เปลี่ยนไป เขาไม่ได้แต่งตัวแนวคนชั้นสูงอีกต่อไปแล้ว แต่แต่งตัวเป็นแนวนักรบแทน เครื่องแต่งกายชุดหนังที่มีความเป็นนวมและมีบ่าที่หนาแน่นดูคล้ายกับนักรบอย่างมาก

ในภาพสุดท้ายของภาพยนตร์ เราจะเห็นรอยสักที่คอของลูเซียสซึ่งเป็นตัวเลขของนักโทษของอัซคาบัน โดยรวมแล้ว เป็นที่ชัดเจนว่าเขากลายเป็นคนละคนหลังจากกลับมาจากอัซคาบัน เขาสูญเสียความน่าดึงดูดและหยุดโกนหนวดเคราและดูแลผมของตัวเอง ซึ่งเป็นผลให้ในตอนท้ายของเรื่อง ความพ่ายแพ้ทางศีลธรรมและกายภาพของตัวร้ายได้โดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน

ใครคือตัวละครโปรดของคุณจากโลกเวทมนตร์ของโรว์ลิ่ง ? เครื่องแต่งกายชิ้นไหนที่คุณคิดว่าน่าจดจำมากที่สุด ?

ชีวิตสดใส/ภาพยนตร์/มากกว่า 10 ครั้งที่เครื่องแต่งกายในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์บอกใบ้เรายิ่งกว่าเจเค โรว์ลิ่ง
แชร์บทความนี้