ชีวิตสดใส
ชีวิตสดใส

14 ความลับที่ผู้โดยสารเครื่องบินส่วนใหญ่ไม่รู้

เที่ยวบินและสนามบินนั้นอาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสบายหรือความพึงพอใจเสมอไป ยกเว้นว่าคุณจะเป็นเจ้าของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว มีคำแนะนำมากมายที่จะช่วยให้การเดินทางด้วยเครื่องบินของคุณไปยังที่ไหนก็ได้ในโลกสบายและเข้าถึงได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น การรวมตัวอักษรบนคีย์บอร์ดสามารถช่วยให้คุณจองเที่ยวบินถูกกว่าได้ และมีสติกเกอร์พิเศษที่ให้คุณไปรับกระเป๋าได้ไวกว่าเดิม และจะได้ไม่ต้องรอต่อคิวนานที่สนามบิน

ชีวิตสดใสได้รวบรวมเคล็ดลับการเดินทางจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและนักเดินทางมากประสบการณ์มาบอกเล่าเก้าสิบ เพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างสบาย ๆ ในเที่ยวบินรอบหน้า

1. วิธีจัดการกับกระเป๋าสัมภาระ

  • นักท่องเที่ยวหลายคนเชื่อว่าสติกเกอร์ที่บอกว่า “ระวังแตก” นั้นจะช่วยป้องกันกระเป๋าตัวเองไม่ให้เสียหายระหว่างเที่ยวบินได้ และบางทีอาจจะช่วยให้ได้กระเป๋ามาถึงมือเร็วขึ้น เรื่องของเรื่องคือกระเป๋าไหนที่มีสติกเกอร์แบบนี้ ปกติจะวางไว้บนกระเป๋าอื่น ซึ่งแปลว่าจะเป็นกระเป๋าที่มาถึงแรก ๆ เลย
  • เรามีคำแนะนำอีกอย่างสำหรับคนที่เดินทางเยอะ ๆ คือผู้โดยสารแทบทุกคนจะใช้กระเป๋าสีมืด ๆ เข้ม ๆ ดังนั้นถ้าไม่อยากเสียเวลาหากระเป๋าตัวเอง ให้ซื้อกระเป๋าสีสด ๆ ที่สามารถเห็นได้แต่ไกลว่าต่างจากคนอื่น

2. วิธีบรรจุสัมภาระอย่างถูกต้อง

  • ใส่ของให้เต็มพื้นที่ของกระเป๋าให้หมด ของจะได้ไม่กระจัดกระจายอยู่ในกระเป๋า ของหนักให้ไว้ด้านข้างกระเป๋าและของที่แตกง่ายให้เอาไว้ตรงกลาง
  • ของที่เป็นแก้วควรจะห่อกล่องกระดาษแข็งแทนที่จะเอาผ้าห่อ เช่น เอากล่องรองเท้าเก่ามาใช้ก็ได้ เพราะว่าไม่เหมือนกับผ้าขนหนูตรงที่มันป้องกันของบอบบางไม่ให้แตกได้ง่ายกว่าถ้ากระเป๋าหล่นหรือว่าไปวางไว้ใต้ของหนัก ๆ
  • ก่อนจะขึ้นบิน ให้ใช้เวลาซักพักถ่ายรูปของที่อยู่ในกระเป๋าให้หมด จะได้ง่ายขึ้นถ้าต้องพิสูจน์ว่ามีอะไรหายไป เผื่อ ๆ ไว้ก่อน

3. วิธีประหยัดเงินเมื่อซื้อตั๋ว

  • การกดแป้นคีย์บอร์ด Ctrl + Shift + N พร้อมกันจะช่วยให้คุณหาตั๋วที่ราคาถูกลงได้ง่ายขึ้น เพราะว่าจะให้คอมพิวเตอร์คุณไปอยู่ในโหมด incognito หรือว่าโหมดไม่ระบุตัวตน ซึ่งจะทำให้เว็บของสายการบินไม่สามารถบันทึกประวัติการค้นหาของคุณและจะไม่ให้ราคาตั๋งที่แพงกว่า ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกว่าราคาตั๋วแพงขึ้นตามแต่ละนาทีเลย
  • อีกเคล็ดลับหนึ่งที่เอาไว้ใช้กับเว็บไซต์สายการบินได้ก็คือเลือกซื้อตั๋วในภาษาของประเทศปลายทางที่เราจะไป อาจจะลำบากหน่อย แต่ว่าราคาจะแพงขึ้นเล็กน้อยหากคุณใช้เวอรชันเว็บไซต์ของภาษาที่คุณพูด
  • และกฎอีกข้อที่สำคัญมากซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางบ่อย ๆ จะทำก็คือซื้อตั๋วทุกวันอังคารหลัง 15.00 น.และจะดีมากถ้าจองก่อนเดินทาง 6 สัปดาห์ ช่วงเวลาที่วุ่นวายและคนซื้อตั๋วเยอะที่สุดคือวันศุกร์เย็นและวันจันทร์เช้า ดังนั้นตั๋วที่แพงที่สุดจะขายกันเวลานี้
  • บางทีการซื้อตั๋วที่ให้เชื่อมไปกับเมืองที่คุณต้องพักจะถูกกว่าบินตรง เช่น คุณกำลังกลับมาอเมริกาจากทริปยุโรปผ่านเฮลซิงกิ และจุดหมายปลายทางของตั๋วคุณคือสตอล์กโฮล์ม แต่เที่ยวบินบินตรงจากอเมริกาไปฟินแลนด์อาจจะแพงกว่าตั๋วบินไปสตอล์กโฮล์มเพิ่มเติมก็เป็นได้

4. วิธีเลือกที่นั่งที่ถูกต้องบนเครื่อง

  • ที่นั่งริมทางเดินทำให้คนรำคาญมากเพราะว่ายกที่พักแขนขึ้นไม่ได้ แล้วก็อาจจะลุกขึ้นยืนลำบากโดยเฉพาะเวลาที่โต๊ะพับหน้าที่นั่งใช้งานอยู่ เครื่องบินบางเครื่องอนุญาตให้คุณยกขึ้นได้หากคุณกดปุ่มลับ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรู้ดี แต่ไม่ค่อยบอกคุณหรอกเพราะว่ามันมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้รถเข็นอาหารชนแขนคุณ
  • นักเดินทางมากประสบการณ์จะแนะนำว่าให้จองที่นั่ง เบอร์ 11 และ 12 เพราะว่าความเชื่อจะทำให้คนส่วนมากไม่นั่งที่นั่งเบอร์ 13 คุณจะโชคดีที่ไม่มีคนมานั่งติดคุณในแถวนั้น
  • หากคุณเดินทางกับอีกคน จะเป็นการดีกว่าถ้าจองที่นั่งริมหน้าต่างและที่นั่งริมทางเดิน มีโอกาสมากที่ที่นั่งตรงกลางจะว่างเพราะว่ามันคือที่ที่นั่งสบายน้อยที่สุด และถ้าเครื่องเต็ม คุณก็สามารถขอสลับที่กับคนนั่งข้างคุณได้ แล้วก็ไปนั่งกับเพื่อนหรือแฟนของคุณ แน่นอน กฎของสายการบินอนุญาต
  • หากคุณวางแผนจะนอนหลับบนเครื่อง ให้เลือกที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อจะได้พิงไปกับกำแพงได้ แต่ก่อนทำให้นึกก่อนว่าเวลาตัวเองนอนบนเตียงเป็นคนตะแคงด้านไหน หากชอบนอนฝั่งซ้าย ให้เลือกด้านขวาของเครื่อง และสลับกันหากเป็นคนชอบนอนฝั่งขวา คุณจะหลับได้ง่ายกว่ามาก
  • คุณสามารถเลือกที่นั่งสบาย ๆ บนเครื่องได้ด้วยการเลือกบริการที่ต่างไปโดยคุณจะต้องใส่หมายเลขเที่ยวบินและสนามบินขาออก แผนนี้จะบอกคุณว่าที่นั่งไหนมีพื้นที่สำหรับขามากกว่า และจะได้กินอะไรและข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์
  • จะดีกว่าถ้าคุณขึ้นเครื่องตอนท้าย ๆ ของการเรียกขึ้นเครื่อง จะทำให้คุณเลือกที่นั่งที่ว่างได้ และอาจจะดีกว่าที่นั่งที่อยู่บนตั๋วคุณเล็กน้อย

5. วิธีเอาขวดน้ำขึ้นไปบนเครื่อง

ถ้าคุณไม่อยากซื้อน้ำปกติที่สนามบินในราคาแสนแพง มีวิธีแสนแปลกที่จะทำให้คุณเพื่อเอาน้ำขึ้นเครื่องได้โดยไม่ผิดกฎ ให้เอาน้ำไปแช่แข็งซะตั้งแต่อยู่บ้าน และถ้าน้ำแข็งไม่ละลาย คุณก็สามารถเอามันผ่านจุดตรวจได้ บนเว็บไซต์ทางการของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิแห่งสหรัฐอเมริกาได้มีคำแนะนำเรื่องนี้ไว้อย่างเป็นทางการ แต่ว่าคงดีกว่าถ้าคุณเอาขวดพลาสติกเปล่า ๆ ไปกับคุณแล้วไปเติมน้ำเอาหลังผ่านจุดตรวจแล้ว

6. วิธีเลี่ยงคิวยาว ๆ ที่สนามบิน

  • นักท่องเที่ยวหลายคนที่บินบ่อย ๆ สังเกตว่าถ้าคุณอยู่ในแถวตรวจคนเข้าเมืองหรือว่าตรวจพาสปอร์ต จะดีกว่าถ้าเลือกแถวทางซ้ายสุด คนส่วนใหญ่จะถนัดขวา แล้วก็มักจะเลี้ยวขวา ตามสัญชาตญาณ ดังนั้นจึงมีโอกาสอย่างมากที่แถวซ้ายจะเคลื่อนที่ไวกว่าแถวอื่น
  • และเพื่อไม่ให้ติดแถวตรวจคนเข้าเมืองนาน ๆ ให้เอาของเล็ก ๆ คุณใส่แจ็กเก็ตไว้ แทนที่จะใส่กระเป๋ากางเกง จะได้ถอดแจ็กเก็ตออกแทนที่จะของออกมาจากกระเป๋ากางเกง ถอดออกแล้วก็วางให้เขาตรวจได้เลย และยังเป็นการลดความเสี่ยงของหายโดยไม่ตั้งใจได้อีก เพราะว่าส่วนใหญ่ของที่จะหาย ก็หายตรงตอนตรวจนี่แหละ
  • และเพื่อให้จุดตรวจคนเข้าเมืองนั้นผ่านฉลุยอย่างรวดเร็วสำหรับคุณ ให้เอาแล็ปท็อปและของเหลวต่าง ๆ ใส่ไว้ในกระเป๋าที่ขึ้นเครื่องไปจนหมด เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตรวจจะถามผู้โดยสารเสมอ ว่าให้เอาของออกมาจากกระเป๋า จะได้เช็กได้ นาฬิากา เครื่องประดับ และเข็มขัดนั้นเอาใส่ไว้ในกระเป๋าหรือแจ็กเก็ตจะดีที่สุดเวลาที่ต่อแถว

7. วิธีหาที่ชาร์จโทรศัพท์ในสนามบิน

  • นักท่องเที่ยวหลายคนแชร์เรื่องราวว่าหาที่ชาร์จในสนามบินได้ง่ายแค่ไหน ในบริเวณของหายแล้วหาเจอที่สนามบิน และตัวเองก็จะได้ไม่ทำที่ชาร์จตัวเองหายด้วย! ตามกฎของสนามบิน หากคุณทำอะไรหายแล้วไม่กลับมาทวงถามใน 90 วัน ของพวกนี้เอาไปให้คนที่ต้องการใช้ได้
  • หากคุณไม่สามารถหาปลั๊กเสียบได้ที่สนามบินได้ ให้ลองชาร์จมือถือกับทีวีเครื่องยักษ์ที่เจอได้ทั่วไปเกือบทุกสนามบิน ด้านข้างของทีวีจะมีตัวเชื่อมต่อ USB อยู่ ให้เอามือถือเสียบเข้าไป และจะชาร์จได้ต่อเมื่อทีวีเปิดอยู่เท่านั้น คุณสามารถใช้วิธีแบบเดียวกันนี้ได้ที่โรงแรมต่าง ๆ ได้หากคุณทำตัวหัวชาร์จหาย แต่ยังมีสายเคเบิลอยู่

8. คุณทำอะไรได้บ้างถ้าติดอยู่ในสนามบินตอนกลางคืน

  • หากคุณไม่อยากให้เที่ยวบินตัวเองสายหรือดีเลย์ จะดีกว่าถ้าคุณเลือกเที่ยวบินที่เช้าที่สุดจากสนามบิน คุณสามารถได้ข้อมูลนี้มาจากสนามบินหรือสายการบินเอง เมื่อคุณเลือกเที่ยวบินที่ต้องไปต่อ ต้องระลึกไว้เสมอว่าจะต้องมีเวลาให้พอที่เครื่องจะย้ายสัมภาระคุณจากเครื่องลำหนึ่งไปอีกลำ พยายามเลือกเที่ยวบินที่มีเวลาต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง จะลดความเสี่ยงในการที่กระเป๋าจะหายได้
  • แต่ถ้าคุณยังตกเครื่องหรือว่าต้องนอนแกร่วอยู่สนามบินตอนกลางคืนเพราะอะไรซักอย่าง เขาก็มีบริการพิเศษที่จะช่วยคุณหาจุดนอนที่เหมาะสมในสนามบินใหญ่ ๆ ทั่วโลก คุณจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์ ที่เสียบปลั๊ก ห้องอาบน้ำ และห้องสำหรับเด็ก ๆ

9. วิธีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไม่ต้องเสียเงิน

มีหลายสนามบินที่มีบริการไวไฟฟรี ๆ แต่ในสถานที่ที่ “งก” หน่อยก็จะคิดเงินคิด คุณสามารถไปยืนใกล้ ๆ เลานจ์ชั้นธุรกิจแล้วก็เข้าใช้อินเทอร์เน็ตได้ นี่คือที่ที่บรรดานักท่องเที่ยวมาแบ่งปันรหัสผ่านจากสนามบินต่าง ๆ ทั่วโลก คุณสามารถลองแล้วก็ดูอันที่เหมาะสมได้

10. วิธีได้ตั๋วชั้นธุรกิจมาแบบฟรี ๆ

หากคุณอยากนั่งชั้นธุรกิจเมื่อตัวเองซื้อตั๋วชั้นประหยัดมา คุณต้องสุภาพและแสนดีกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เรียกชื่อเวลาคุยกับพวกเธอ แล้วก็ยิ้มให้ด้วย พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบอกว่าพวกเธอยินดีที่จะย้ายคนไปชั้นธุรกิจให้ฟรี ๆ เลยหากตัวเองชอบผู้โดยสารคนใดคนหนึ่งและถ้าบนชั้นธุรกิจยังมีที่ว่าง

11. ทำไมคุณถึงไม่ควรสัมผัสหน้าตัวเอง

เครื่องบินนั้นสกปรกมาก ๆ ตามที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องเป็นคนบอกเอง การติดไวรัสหรืออะไรแนว ๆ นั้นจึงเป็นเรื่องง่ายมาก เราก็เลยแนะนำว่าอย่าเดินเท้าเปล่าบนเครื่อง อย่ากินอะไรที่หล่นลงจากถาดอาหารแล้ว และอย่าเอามือสัมผัสหน้าตัวเอง

12. วิธีเอาชนะอาการเจ็ตแล็ก

  • พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ทำงานมานานแนะนำว่าให้เลือกเที่ยวบินที่จะไปถึงที่หมายในตอนเย็นราว ๆ 16.00 น. จะทำให้คุณมีเวลาไปโรงแรม อาบน้ำ กินข้าว แล้วก็เข้านอน
  • หากคุณกำลังจะบินไปทางตะวันออก 3 วันล่วงหน้าก่อนบินให้คุณเข้านอนเร็วกว่าปกติแล้วก็ตื่นเช้ากว่าปกติ เมื่อขึ้นบนเครื่อง ให้ตั้งเวลานาฬิกาเป็นเวลาที่หมาย เพื่อให้สมองคุณชินกับเวลาใหม่ตอนบิน

13. วิธีได้ทัวร์ฟรี

หาข้อมูลล่วงหน้าว่าสนามบินที่คุณไปนั้นมีเที่ยวบินต่อเครื่องนานหรือเปล่าและมีทัวร์ด้านนอกชมเมืองแบบฟรีให้มั้ย เช่น ถ้าคุณบินไปอิสตันบูลกับสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลนส์ (Turkish Airlines) คุณก็ขึ้นรถบัสฟรีพาทัวร์ได้รอบเมืองเลย แต่มีเงื่อนไขหนึ่งที่คุณต้องพิจารณา นั่นคือเวลาที่จะถึงเที่ยวบินถัดไปของคุณอย่างน้อยต้อง 6 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง

14. ทำไมคำว่า “cassole” ถึงเป็นคำวิเศษ?

อยากกินอาหารเพิ่มบนเครื่องบินเหรอ? ให้ใช้คำพูดว่าขออีก cassole สิ นี่คือชื่อของกล่องอาหารร้อน (ปกติทำจากฟอยล์) เมื่อผู้โดยสารขอคำว่า cassole (คาสโซล) พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็จะรู้ทันทีว่าคนนี้บินบ่อยและรู้ว่ามีแคสโซลเหลือบนเครื่อง ก็เป็นไปได้ว่าเขาจะเอาอาหารมาให้อีกกล่อง

คำแนะนำไหนที่คุณจะบอกคนอื่นที่เพิ่งเคยขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกบ้าง?

เครดิตภาพพรีวิว fiona_fionova / instagram
ชีวิตสดใส/สถานที่/14 ความลับที่ผู้โดยสารเครื่องบินส่วนใหญ่ไม่รู้
แชร์บทความนี้
บทความต่างๆ ที่คุณน่าจะชื่นชอบ